10 “เทคนิคช่วยจำ” ที่จะทำให้ความจำของคุณดีขึ้น

10 “เทคนิคช่วยจำ” ที่จะทำให้ความจำของคุณดีขึ้น

10 “เทคนิคช่วยจำ” ที่จะทำให้ความจำของคุณดีขึ้น ช่วงเวลาของการสอบ ถือเป็นช่วงเวลาที่น้อง ๆ หลายคน ต้องเข้าสู่ช่วงเวลาของการเรียนเพิ่มเติม การติวกับเพื่อน ๆ รวมไปถึงการอ่านหนังสือด้วยตัวเอง โดยการอ่านหนังสือให้ทันเวลาและจำได้แม่นยำที่สุดนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยสำหรับน้อง ๆ ทุกคน ซึ่งหลายคนก็ต่างพยายามหาเทคนิคช่วยจำออกมาอย่างมากมาย ทั้งการจดบันทึก หรือแม้กระทั่งการดื่มเครื่องดื่มบำรุงสมอง ซึ่งวันนี้เรานำ 10 เทคนิคช่วยจำ ที่จะทำให้ความจำของคุณดีขึ้น มาฝากน้อง ๆ ทุกคนกันค่ะ ว่าแต่เทคนิคช่วยจำนั้นจะมีเทคนิคไหนบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ!!

1. จดบันทึกช่วยจำ

จดบันทึกช่วยจำ

การจดบันทึกลงในสมุดที่มีวันที่กำกับ จะช่วยให้คุณแพลนเรื่องเล็กน้อยในชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์ หรือสิ่งที่ต้องทำในเดือนถัดไป การจดเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล วันเกิดของคนสำคัญ แม้กระทั่งข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่คุณเป็นเอง และการรักษา จะช่วยย้ำให้สมองจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ดีขึ้น หรือถ้าจำไม่ได้ ก็ควรพกสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ติดตัวไว้ เผื่อไปเปิดดูยามที่นึกอะไรไม่ออก ถือว่าสามารถช่วยให้จำได้ดีขึ้นเลยทีเดียว

2. ติดโน้ตเตือนความจำ

ติดโน้ตเตือนความจำ

เวลาที่มีการนัดหมายหรืออยากเน้นย้ำบทเรียนสั้น ๆ บางเรื่อง ให้เขียนสิ่งนั้นลงบนกระดาษโน้ต แปะไว้ในที่ ๆ คุณต้องเห็นเป็นประจำ เช่น ประตูตู้เย็น บอร์ดช่วยจำที่ติดไว้ตรงทางเดินก่อนออกจากบ้าน หรือหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน ทุกครั้งที่เห็นโน้ตที่ติดไว้ จะเป็นการเตือนสมองให้จดจำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเทคนิคช่วยจำวิธีนี้ ถือเป็นวิธีที่หลาย ๆ คนนิยมใช้กัน แถมยังเป็นวิธีที่ได้ผลดีอีกด้วยค่ะ

3. ใช้อักษรย่อ หรือคำคล้องจอง

ใช้อักษรย่อ หรือคำคล้องจอง

เทคนิคช่วยจำในการใช้คำย่อหรือคำคล้องจอง ถือเป็นวิธีที่น่าสนใจและใช้ได้ดีในกรณีที่ถ้าต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างในวันเดียว คือให้เอาเรื่องที่ต้องทำในวันนั้น ๆ มาผูกเป็นเรื่องราว แล้วใช้ตัวย่อหรือคำเด่นคำเดียวเข้าช่วยก็ได้ โดยอาจจะใช้เทคนิคช่วยจำนี้ในเวลาเรียน หรือเวลาติวกับเพื่อน ๆ ก็ได้ค่ะซึ่งเทคนิคนี้สามารถใช้ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเลยนะคะ

4. พูดย้ำเตือนกับตัวเอง

การพูดย้ำเตือนตัวเองถือเป็นเทคนิคช่วยจำอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราจดจำได้ดียิ่งขึ้นค่ะ เนื่องจากการพูดก็เหมือนกับการจดบันทึกอีกรูปแบบหนึ่ง และแนะนำว่าควรพูดออกมาดังๆ อย่างเช่น ให้นึกถึงสิ่งที่ต้องทำในวันนั้น แล้วพูดออกมาดัง ๆ ซ้ำ ๆ กันหลายหน ถ้าคิดว่ายังจำไม่ได้และเป็นกังวล ลองใช้การอัดเสียงที่พูดไว้ และนำไปเปิดฟังยามที่นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะทำอะไร

5. ปฏิบัติให้เป็นกิจวัตร

เทคนิคช่วยจำที่เป็นวิธีที่น่าสนในมาก ๆ เลยคือ ปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรหมายถึงการทำซ้ำ ๆ เหมือนกันทุกวัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้สมองจำได้เองโดยไม่ต้องพยายาม เมื่อเราต้องการจะจำอะไรบางอย่าง สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกันก็คือ การทำซ้ำ ๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือหรือในทางจิตวิทยาเรียกว่า “Over learning” การทำซ้ำ ๆ ช่วยให้เราไม่ต้องยัดเหยียดข้อมูลเหล่านั้นเข้าไป และทำให้ข้อมูลที่เข้าไปมีระยะเว้นระหว่างกัน และคงอยู่ในความทรงจำของเราได้ยาวนานกว่า อย่างเช่นการฝึกทำแบบฝึกหัดและตอบคำถามด้วยตนเองซ้ำ ๆ ก็ช่วยให้เราจำ เข้าใจบทเรียนได้มากขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อการทำข้อสอบ

6. ดูแลร่างกายให้แข็งแรง

ดูแลร่างกายให้แข็งแรง

เทคนิคช่วยจำอีกวิธีหนึ่งเลยคือ การดูแลรักษาสุขภาพให้ดีและแข็งแรงอยู่เสมอ โดยกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่หักโหมจากการทำงานหนัก รักษาความสะอาด ไม่ทำให้ตัวเองเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และออกกำลังเป็นประจำ เช่น วิ่งหรือว่ายน้ำ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้ความจำดีตามไปด้วย

7. บริหารสมอง

บริหารสมอง

การทำกิจกรรมที่แตกต่างบ้างให้สมองได้ผ่อนคลาย โดยใช้เวลาว่างระหว่างวันจากการทำงานหรือวันหยุด เล่นเกมทายปัญหา เกมปริศนา อ่านหนังสือ เล่นดนตรี คิดเลข กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้สมองได้ออกกำลัง เมื่อได้คิดหาวิธีต่าง ๆ สมองก็จะแอคทีฟขึ้น คิดอะไรได้ฉับไวเร็วขึ้น ซึ่งข้อนี้ถือเป็นเทคนิคช่วยจำที่แนะนำให้ทำกันทุกคนเลยนะคะ เพราะนอกจากจะทำให้สมองผ่อนคลายแล้ว ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้จำได้ดรขึ้นด้วยค่ะ

8. การหาวิธีช่วยจำ เช่น การใช้อักษรตัวแรกในการจดจำ

การหาวิธีช่วยจำ เช่น การใช้อักษรตัวแรกในการจดจำ

เทคนิคช่วยจำวิธีนี้ ทำได้โดยการจำอักษรตัวแรกของคำนั้น ซึ่งเชื่อมโยงถึงคำต่าง ๆ ในประโยคได้ จากนั้นนำอักษรตัวแรกหลายตัวที่จะจำมาจัดรวมเรียงต่อกันเป็นประโยค อย่างเช่น ที่ผ่านมาเราเองอาจจะคุ้นเคยตั้งแต่เด็กกับวิธีช่วยจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจำอักษรกลางในภาษาไทย หรือการจดจำคำศัพท์ผ่านการร้องเพลง ซึ่งวิธีเหล่านั้นก็ยังสามารถมาประยุกต์ใช้กับการเรียนในมหาวิทยาลัยได้เช่นเดียวกัน

9. ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ร่วมกัน

ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ร่วมกัน

ตามปกติแล้ว ยิ่งเราได้ใช้การรับรู้ผ่านระบบประสาทสัมผัสต่าง ๆ ในการจดจำ ขณะที่กำลังลงรหัสข้อมูลของสิ่งนั้น ก็จะยิ่งทำให้เราจดจำได้มากขึ้น ซึ่งเมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการอ่านหนังสือ คือ เราอ่าน (มอง) เราฟัง (ได้ยิน ฟังเทปอัดเสียง) เราจดสรุปเนื้อหา (สัมผัส) ยิ่งเราทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำ ๆ เราก็จะยิ่งจดจำได้มากขึ้น

10. หาวิธีการจำที่เหมาะสมสำหรับตัวเรา

หาวิธีการจำที่เหมาะสมสำหรับตัวเรา

หลายคนอาจจะยึดติดอยู่กับวิธีการจำที่เรารู้จัก และมองว่าเหมาะสมกับเราแล้ว ปัจจุบันมีรูปแบบการเรียนรู้ใหม่เกิดขึ้นมากมายในการช่วยจดจำ บางคนอาจทบทวนบทเรียนด้วยการจดเนื้อหาที่เรียนซ้ำ ๆ ในบางคนจะฟังจดเนื้อหาที่เรียนจากการฟังเทปอัดเสียงในห้องเรียนซ้ำ แล้วจึงสรุปออกมาอีกครั้ง เพราะเราทุกคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นเทคนิคช่วยจำ เราควรเลือกให้เหมาะกับตัวเราเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกับคนส่วนใหญ่

และทั้งหมดนี้คือเทคนิคช่วยจำที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ ซึ่งแต่ละวิธีนั้นถือเป็นเทคนิคช่วยจำที่สามารถทำได้ง่าย ๆ และเห็นผลจริงอย่างแน่นอนเมื่อทำเป็นประจำทุกวัน สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังมองหาเทคนิคช่วยจำไว้ใช้ในช่วงสอบประจำภาค หรือสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัย หวังว่าเทคนิคดังกล่าวจะช่วยให้น้อง ๆ จดจำได้ง่ายขึ้นนะคะ

บทความแนะนำ

วิธีการเอาตัวรอดเมื่อหลงป่าเเล้วออกไม่ได้!!

รู้หรือไม่เปลี่ยนสีผมปล่อย อาจเสี่ยงเป็นมะเร็งมากว่าที่คิด!